ผักกาดหอม ผักเป็นยา ผักเพื่อสุขภาพ

ผักกาดหอม ผักเป็นยา ผักเพื่อสุขภาพ

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ประเทศไทยเราในทุกจังหวัดมีปัญหาการขาดสารไอโอดีน ซึ่งภาวะการขาดไอโอดีนนี้ ทางการแพทย์ระบุว่าจะมีผลต่อการสร้างเซล์สมอง-ใยสมองของเด็กตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ โดยหากขาดอย่างรุนแรงจะส่งผลกระทบไปถึงพัฒนาการสติปัญญา “โรคเอ๋อ” นั่นเอง สถาบันวิจัยสาธารณสุขจึงได้ส่งเสริมให้มีการเสริมไอโอดีนในการปลูกผักเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น ผักบุ้งจีน ผักคะน้า กระหล่ำปลี สะระแหน่ โหระพา กะเพรา และผักสลัดยอดฮิตอย่างผักกาดหอม ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ต่อไปคนไทยจะได้เป็นผู้บริโภคผักคุณภาพ รวมถึงยังช่วยแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนไปพร้อมๆกัน

“ผักกาดหอม” แม้ยังไม่ได้เสริมไอโอดีน ก็มากด้วยประโยชน์ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน อีกทั้งยังมีแลคทูคาเรียม (Lactucarium) และสารอาหารอื่นๆ ซึ่งในสหรัฐอเมริกานั้น ผักกาดหอมจัดเป็นพืชอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นรองก็แต่มันฝรั่งเท่านั้น สำหรับคนไทย ผักกาดหอมปรากฏตัวให้เห็นอยู่ในหลากหลายเมนู ที่คุ้นกันเป็นอันดับต้นๆ ก็คือสลัดต่างๆ หรือนำมากินกับสาคูไส้หมูและข้าวเกรียบปากหม้อ และใช้ในการประดับจานยำสารพัดชนิด อีกทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นน้ำผักกาดหอมดื่มเพื่อความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

หากมีอาการนอนไม่หลับกระสับกระส่าย หรือมีการไอ ผักกาดหอมเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบรรเทาได้ ด้วยเพราะใบผักกาดหอมมีสารประกอบที่เรียกว่าแลคทูคาเรียม (Lactucarium) ซึ่งมีฤทธิ์สงบประสาท และช่วยลดอาการไอ ช่วยดับกระหาย ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ส่วนของเมล็ดยังถูกนำมาใช้รักษาโรคตับ แก้ปวด และรักษาโรคริดสีดวงทวาร โดยนำเมล็ดตากแห้งชงน้ำร้อนดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น นอกจากนี้ใบในบางท้องถิ่นยังใช้น้ำคั้นจากใบ นำมาทาศีรษะเพื่อดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

วิธีทำน้ำผักกาดหอม

  1. เตรียมผักกาดหอมประมาณ 6 ใบและแครอทอีกนิดหน่อย ล้างให้สะอาด
  2. นำมาปั่นรวมกันคั้นเอาแต่น้ำ
  3. เติมน้ำสุกพอประมาณ และหากชอบหวานก็เติมน้ำเชื่อมได้บ้าง
  4. ดื่มในทันทีจะได้ประโยชน์ที่มากกว่า

About author