รู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้เป็นโรคอื่น

———-สังเกตได้ง่ายๆ ว่าโรคปวดกล้ามเนื้อหลังจะมีอาการปวดตรงบริเวณแนวกลางหลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเบนเหน็บ เวลาไอ จาม เอี้ยวตัวหรือบิดตัว อาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น การนวดคลึงหรือกดเบาๆ จำทำให้รู้สึกสบายขึ้น

———-อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีอาการปวดหลัง ควรนึกถึงสาเหตุอื่นๆ ด้วย เช่น

———-กระดูกสันหลังเสื่อม โรคนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตรงแนวกลางหลังในลักษณะเดียวกัน แต่มักจะเป็นเรื้อรัง และพบมากในคนสูงอายุ บางครั้งอาจพบมีอาการปวดขัดในข้อเข่าหรือข้อสะโพกร่วมด้วย กระดูกสันหลังเสื่อมเป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่อาการจะเป็นเรื้อรังไม่หายขาด การรักษาจึงทำได้เพียงให้ยาบรรเทาปวดเป็นครั้งคราว หรือเมื่อมีอาการ

———-รากประสาทถูกกดทับ (Sciatica) ภาวะนี้อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง (ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนที่คั่นอยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลัง) งอกหรือเลื่อนไหลลงไปทับรากประสาทสันหลังที่ไปเลี้ยงขาหรือโพรงกระดูกสันหลังแคบในคนสูงอายุ เกิดการกดทับรากประสาทขาในทำนองเดียวกัน ทั้ง 2 สาเหตุนี้ทำให้มีอาการปวดหลัง และเสียวชาลงด้านข้างของขอข้างใดข้างหนึ่ง หากสงสัยความปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงได้

———-นิ่วในไต ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตรงด้านข้างของแผ่นหลัง (บริเวณสีข้าง) ด้านในด้านหนึ่ง ร่วมกับมีอาการปัสสาวะเป็นสีแดง หรือออกเป็นเม็ดทราย ควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือใช้เครื่องสบายนิ่ว

———-กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pyelonephritis) ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้สูงหนาวสั่นมาก (ต้องห่มผ้า 2-3 ผืน) ร่วมกับมีอาการปวดตรงสีข้างด้านใดด้านหนึ่ง (ซึ่งถ้าทุบเบาๆ จะรู้สึกเจ็บมากขึ้น) และปัสสาวะขุ่น หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

———-ไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้สูง (แต่ไม่หนาวสั่นมาก) ปวดเมื่อยล้าตามตัว โดยเฉพาะตรงกระเบนเหน็บและต้นขา 2 ข้าง หรืออาจมีอาหารเป็นหวัด และเจ็บคอเล็กน้อย อาการดังกว่ามักจะเป็นอยู่เพียง 4-5 วัน การนอนพักผ่อน และกินยาลดไข้จะช่วยให้โรคทุเลาไปได้เอง

———-โรคกระเพาะ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตรงลิ้นปี่เวลาหิวหรืออิ่มจัด หรือบางคนอาจมีอาการปวดร้าวมาที่หลังร่วมด้วยได้ อาการปวดจากโรคกระเพาะสามารถบรรเทาได้ด้วยการกินยาลดกรด

About author

0 Comments

No Comments Yet!

You can be first to comment this post!